Share on Facebook

Loung-P-Oui

 

เคยตื่นขึ้นมาใส่บาตรตอนเช้ากันบ้างไหม? ถ้าเคยบ่อยแค่ไหน?

การใส่บาตรเป็นการทำบุญง่ายๆ ที่ทุกคนทำกันได้ ขอแค่ตื่นให้ไหวก็พอ (เนี่ยแหละที่ยาก)

ผมเองเรียกตัวเองว่าเด็กวัด เคยบวชเรียนมาบ้าง เคยถือย่ามช่วยพระบิณฑบาตก็หลายครั้ง

วันนี้ผมจะทำหน้าที่ชาวพุทธที่ดี บอกขั้นตอนการใส่บาตรในแบบฉบับของเด็กวัดให้ทุกคนได้รับทราบ

เริ่ม ขั้นตอนแรกของการใส่บาตรนั่นก็คือ

 

1. นิมนต์พระ

หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าว อาหารคาวหวานตามจิตศรัทธาเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา

การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่

ไม่ใช่ว่าไปรอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี

รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน

การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า "นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน" แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว

ตอนที่ผมยังบวชอยู่ เคยเดินบิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ" (ใช้คำไฮโซมาก)

มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์" (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)

การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ

โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิ โมนน!!" (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย - -")

การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย

ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษามากก็เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ 

อย่างผมปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า "นิมนต์ค่ะ หลวงลุง" ทำเอาเสีย self จนอยากสึกออกไปทำ baby face 

โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมาทำท่ากวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์ อย่างนี้ผมว่าไม่ค่อยสมควรเท่าไรนะครับ

แค่กล่าวคำนิมนต์ครับ / ค่ะ ก็พอแล้วล่ะ 

หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ

 

2. จบ

เอาล่ะครับ ขั้นตอนการใส่บาตรทั้งหมดก็ขอจบเพียงเท่านี้ 

เฮ้ย ไอ้บ้า ไม่ได้จบอย่างนั้นเว้ย

การจบในที่นี้ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน 

การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป

เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอเราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ เปิดก็แล้ว ปิดก็แล้ว โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก นานจนอดคิดไม่ได้ว่า "โยมขอขนาดนี้ เราเป็นแค่พระใหม่จะให้ไหวรึเปล่าน้า?"  

 

3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า 

จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือเป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่งมีหลายประเภทเหมือนกัน เช่น

บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อย แต่ดันยืนบนรองเท้า - -" (สูงกว่าเดิมอีก)

บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น (หนักกว่าเก่า)

เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมเป็นธรรมทานไปว่า

พระ : "โยม อาตมาว่าโยมควรถอดรองเท้าใส่บาตรนะ"

โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า

โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ

พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม

โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า

โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ

อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร 

เรื่องนี้ได้ยินมาจากหลวงน้าท่านนึงเล่าให้ฟังระหว่างฉันเพล ผมว่าคงไม่มีโยมซื่อขนาดนี้มั้งเนอะ (แค่เรื่องขำขันขณะฉันเพล)

พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่

 

4. ใส่บาตร

อันนี้ถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของการใส่บาตร

สำหรับคนที่ตั้งใจทำสำรับกับข้าวเอง ก็คงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

แต่สำหรับชาวเมืองอย่างเรา ไม่ค่อยมีเวลาทำกับข้าวอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีไปซื้อกับข้าวตามร้่านค้ามาใส่กัน 

จริงๆแล้วเราควรเลือกร้านที่สะอาดและควรดูว่าของที่นำมาใส่บาตรนั้น เป็นอย่างไรบ้าง เสียรึเปล่า

บางคนมีเจตนาอยากทำบุญดี แต่ดันไปซื้อของเสียมาใส่บาตร

พระฉันไป เข้าห้องน้ำไป

พวกร้านค้าก็จริงๆ บางครั้งเอาของค้างคืนมาขายเอากำไร ไม่สนใจพระเจ้า เห็นแก่ตัว หากินกับพระ แย่สุดๆ

ก็ฝากด้วยนะครับ เดี๋ยวทำบุญจะได้บาปเปล่าๆ

นอกจากนี้ ของที่นำมาใส่ ถ้าเพิ่งปรุงสุกเสร็จ ควรดูด้วยว่ามันร้อนมากรึเปล่า

เคยมีโยมใส่แกง ร้อนมากๆๆ บาตรเกือบหล่น ทั้งนี้เพราะบาตรทำจากโลหะ นำความร้อนได้ดี

ปริมาณไม่ควรมากจนเกินไป

เคยมีโยมใส่บาตรด้วย "กล้วย ๓ หวี"

กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ อาตมาไม่ว่า

แต่นี่ใส่ "กล้วยหอม" (อันนี้เกิดกับตัวเองจริงๆ)

คิดดู "กล้วยหอม ๓ หวี" อยู่ในบาตร หนักมากกกก จนอยากบอกโยมว่า "โยม อาตมาไม่ใช่ช้าง"

วันนั้นจำได้ว่าแทบเดินกลับวัดเลยทีเดียว ไม่ไหวครับ หนักจริงๆ

การใส่ก็ควรวางในบาตรด้วยอาการสำรวม

โยมผู้หญิงบางคนกลัวโดนพระจัด พอถุงกับข้าวถึงแค่ปากบาตร ก็ปล่อยลงมา ตุ๊บ!! นึกว่ากาลิเลโอกลับชาติมาทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก (วางดีๆก็ได้ 55)

ขั้นตอนสุดท้ายคือ

 

5. รับพร

หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์ส่วนมากก็จะให้พร

เราเป็นญาติโยม ก็ประนมมือรับพรกันตามระเบียบ โดยอาจยืนหรือนั่งยองๆ ก็ได้ ก้มหัวแต่พองาม

มีโยมคนนึงที่ใส่บาตรอยู่ประจำ ตอนยืนประนมมือ ชอบก้มหน้ามาแทบชนพระ ห่างจากหน้าพระประมาณคืบเดียว (ไม่ต้องใกล้ชิดศาสนาขนาดนั้นก็ได้ โยม (ตอนนั้นให้พรเบาๆ เพราะไม่มั่นใจเรื่องกลิ่นปาก))

ถ้าเป็นโยมผู้หญิงก็นั่งให้เรียบร้อย เหมาะสม ดูเสื้อผ้าว่าเรียบร้อยดีรึเปล่า

ระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศลให้คนที่รัก เจ้ากรรมนายเวรและอื่นๆ ก็ว่ากันไป

 

 

การใส่บาตรที่อยากแนะนำก็มีประมาณเท่านี้

ขั้นตอนการทำบุญง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้

ตื่นเช้ามาใส่บาตรกันเถอะครับ พี่น้อง

 

ป.ล. ใครสนใจเรื่องถวายสังฆทาน เชิญคลิก เทคนิคการถวายสังฆทาน โลดเด้อครับ