Share on Facebook

 

เอาล่ะครับ หลังจากที่ซีรี่ส์ "อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น" ของผม เล่ามาเกินหนึ่งปีแล้ว เล่ามายาวนานเหลือเกิน เล่าจนเหนื่อยล้า เล่าแล้วเล่าอีก ก็ยังเล่าไม่จบซักที มาวันนี้ ถึงเวลาที่ผมต้องปิดฉากซีรี่ส์นี้ซักทีครับ เพราะมีซีรีส์ชุดต่อไปมาต่อคิวแล้วนั่นคือ "แอบเหงาที่เกาหลี"

เอาล่ะ ผมยอมรับว่าผมจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าถ้าผมแต่งเติมเสริมเรื่องบ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ ถือว่าอ่านนิยายแล้วกัน ฮา

หลังจากที่เอนทรี่ที่แล้วเราไป "ล่อนจ้อนที่ออนเซ็น" ที่เมืองทาคายาม่ากัน จำกันได้มั้ย วันนี้ผมจะพาไปทุกคนไปเที่ยวเมืองมรดกโลกชิรากาวาโกะนะครับ

เช้าวันนั้น ผมตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่ จริง ๆ แล้วก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าไก่มันโห่รึเปล่าเพราะที่ญี่ปุ่นไม่มีไก่เดินเพ่นพ่านไปมาเหมือนตามวัดบ้านเรา แต่ที่แน่ ๆ คือตื่นมาเช้ามาก

ขณะที่กำลังเดินชมซากุระยามเช้า ภายใต้อากาศหนาวเย็นจับขั้วเนื้อหัวใจ ในใจก็แอบเหงาขึ้นมาว่าถ้ามีใครซักคนมาเดินชมซากุระด้วยก็คงดี คงโรแมนติกไม่น้อย

เหมือนที่สมาคมมุขเสี่ยวใน FB เคยกล่าวไว้ว่า "ถึงลำปางจะหนาวมาก แต่ "อยู่ลำปาง" ก็คงไม่หนาวเท่า "อยู่ลำพัง""

วันนั้นซึ้งเลยครับ ว่าการอยู่เพียงลำพังนั้นเหน็บหนาวเพียงใด

ขณะที่กำลังอินกับบรรยากาศซากุระในม่านหมอก ก็มีคู่รักชาวญี่ปุ่นคู่นึงเดินสวีทหวานกันอยู่ข้าง ๆ

ไอ้เราก็แอบเหล่ ๆ (เหล่ตามองนะครับ ไม่ใช่แอบขี้เหร่ (ขี้เหร่นี่ไม่ได้แอบ (เมิงจะซ้อนมุกไปไหน))) หวังว่านัยตาที่ร้อนผ่าวจะช่วยให้บรรเทาความหนาวเย็นลงได้บ้าง 

เดินใกล้ ๆ ยังไม่พอ มันยื่นกล้องมาให้ผมถ่ายรูปให้

 

 

 

อะโน.....คือเมิงรู้มั้ยว่ากรูกำลังเหงา

 

 

 

วัน เดือน ปี

 

 

 

เฮ้ย!!

 

 

 

วัน ทู ที

 

 

 

แชะ!! ภาพสวีทของหนุ่มสาวยิ่งขบเน้นความเหงาของผมเหลือเกิน

 

เอาล่ะ เลิกเหงาได้แล้ว เช้าวันนั้นผมรับประทานอาหารเช้า Check out แล้วนั่งรถบัสไปเมืองมรดกโลกชิรากาวาโกะกัน ซึ่งค่ารถบัสก็จะตกคนละ 4,300 เยนนะครับ หรือจะเหมารถไปเองก็ได้ 4,000 เยนเท่านั้น เส้นทางก็สะดวกสบายมาก ๆ ถ้าเป็นเมืองไทยก็คงทำทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขาไปมา แต่ที่ญี่ปุ่นนี่เจาะอุโมงค์ผ่านภูเขาเป็นลูก ๆ เลยครับ สะดวกสบายมาก ๆ

ประมาณชั่วโมงนึงผ่านไป พวกเราก็ถึงที่หมายนั่นคือ 


 

  

 เมืองชิรากาวาโกะ เมืองชาวนาที่ได้รับมรดกโลกในปี 1998 ได้รับฉายาว่า "ปายแห่ง Japan"

(ไม่รู้ใครตั้งนะ)

 

 

 

 

 แว๊บแรกที่ลงมา ผมคิดว่าพวกเรานั่งรถบัสถึงเมืองไทยกันเสียแล้ว เพราะพี่ไทยเยอะมากครับ ถ้าหลับตานี่คิดว่าอยู่แถวประตูน้ำ เสียอรรถรสความเป็นญี่ปุ่นมาก ๆ เลย

 

 

 

 อากาศหนาวเย็นมากครับ แต่พวกเราก็กินไอติมกัน (มันไม่มีอะไรให้กินน่ะ)

 

 

 

 บ้านในเมืองนี้จะเป็นทรงนี้หมดเลยครับ สวยงามไปอีกแบบ

 

 

 

 เห็นเทือกเขา "เจแปนเอลฟ์" อยู่ไกล ๆ 

แต่ก็ถือว่าได้เข้าใกล้หิมะมากที่สุดแล้วครับ ณ จุดนี้

 

 

 

 เมืองน่ารักมาก ๆ ถือเป็นการปิดทริปที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ 

 

 

 

 

 ซากุระยังคงชูช่อ อวดดอกสีชมพูสวยงาม ตลอดสิบกว่าวันที่ผมอยู่ที่นี่

ถ้ามาญี่ปุ่นแล้วขาดซากุระ ก็คงเหมือนพลาดอะไรไปซักอย่างเนอะ 

 

 

 

 บ้านน่าอยู่ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง คงสุขสบายดีเนอะ

 

 

 

 ต้นคุณนายตื่นสาย (ล้อเล่น)

 

 

 

 นาผืนน้อย

 

 

 

 

 หอระฆัง คลาสสิกสุด ๆ 

 

 

 

 แอ๊บแบ๊วหน่อย

 

 

 

 หา.....นาฬิกอ.....หอนาฬิกา

 

 

 

 

 บางบ้านก็มีสวนเล็ก ๆ ด้วย น่ารักดี

 

 

 

 อยากกลับไปชมซากุระอีก

 

 

 

 

 น่ามีบ้านอย่างนี้ซักหลังเนอะ

 

 

 

 

 ปลอมตัวยอดเยี่ยม

 

 

 

 เห็นว่าวแล้วอย่าคิดว่าที่นี่เป็นสนามหลวงนะครับ มีนักท่องเที่ยวเอาว่าวมาเล่นเหมือนกัน สวยดี

 

 

 

 

สมกับเป็นเมืองชาวนาจริง ๆ

 

 

 

 

 น้ำใสมาก ๆ น่าเล่นแต่คงเย็นน่าดู

 

 

 

 

บรรยากาศน่ารัก ๆ ที่ชวนให้หลงใหล 


 

 

 

สาวน้อยในชุดกิโมโน 

ไม่มีรูปสาวนี่ไม่ใช่อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่นนะเนี่ย

 

 

 

 

 ห้ามเด็ดใบ (โกหก)

 

 

 

 

ขอบคุณเมืองน่ารัก ๆ แห่งนี้ ผมหลงรักเมืองนี้มากครับ 

 

 

 

 

ขอบคุณกู๋วาลที่ลงทุนลงแรงจัดทริปที่น่าประทับใจครั้งนี้

และขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนด้วยครับ

 

 

 

หลังจากนี้ พวกเรานั่งรถบัสกลับไปที่เมืองทาคายาม่า รับกระเป๋าหนักอึ๋งนั่งรถไฟต่อไปยังเมืองนาโกย่า วันสุดท้ายของทริปนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วครับ

คืนนั้น พวกเราพักที่โรงแรมเล็ก ๆ ในเมืองนาโกย่า ผมออกมาเดินเล่นรื่นรมณ์กับคืนสุดท้ายในญี่ปุ่น และผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

รุ่งเช้า พวกเราตื่นกันแต่เช้าเลยครับ แล้วเดินทางด้วยรถไฟไปสนามบินเมืองนาโกย่า รู้สึกใจหายเหมือนกันที่ต้องจากที่นี่ไปแล้ว แม้จะเป็นช่วงเวลาสิบกว่าวัน แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมาก ๆ

 

 

ครืนนนน   (เสียงเครื่องบินนะ ไม่ใช่ฟ้าร้อง) 

 

 

เครื่องบินจากสายการบินไทยซึ่งจำหมายเลข TG ไม่ได้ ค่อย ๆ Take ตัวขึ้น ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งละสายตาจากแอร์โฮสเตสที่เขาจ้องมองมานานด้วยความสงสัยว่า "ทำไมแอร์แก่จัง นี่แอร์หรือแม่แอร์ฟะ" มามองที่ผืนดินแห่งประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของเขาช่างน่าประทับใจจริง ๆ

 

 

ผมหลงรักบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นที่มีทั้งเร่งรีบรีบร้อนและก็ธรรมชาติสวยงาม

 

 

ผมหลงรักบรรยากาศเย็นสบาย ๆ ไม่อบอ้าวจนเหงื่อไหลไคลย้อยแบบเมืองไทย

 

 

ผมหลงรักภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่น แม้จะฟังไม่ค่อยออกก็เหอะ

 

 

ผมหลงรักสาวญี่ปุ่นที่สามารถทำให้เราชุ่มชื่นหัวใจได้เสมอ (ขาวมากอะ เธอ)

 

 

ผมหลงรักเทคโนโลยีที่นี่ มันทันสมัยมากเลยนะ

 

 

ผมหลงรักความเร่งรีบของคนญี่ปุ่น มันทำให้รู้สึกว่าเราหายใจช้าลง ละเมียดละไมกับการใช้ชีวิตมากขึ้น

 

 

ผมชอบประเทศญี่ปุ่น เพราะมันทำให้ผมได้รู้ว่าเราโชคดีแต่ไหนที่ได้เกิดเป็นคนไทย (อยากเสี่ยวแบบไม่มีความหมาย)

 

 

แล้วเจอกันใหม่นะ ญี่ปุ่นจัง 

 

 

 

เครื่องบินค่อย ๆ Land ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชายหนุ่มคนเดิมก้าวขาลงจากเครื่องบินสู่บ้านเมืองที่เขาคุ้นเคยอีกครั้ง อากาศร้อน ๆ ป้ายที่อ่านออก ภาษาที่ฟังรู้เรื่อง แหม อยากจะกอดเมืองไทยให้หายคิดถึง

เขาค่อย ๆ ย่อตัวลงพร้อมกับความรู้สึกที่อัดแน่นเต็มหัวใจ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รักประเทศไทย

ทั้งปากและการกระทำนะครับ

 

 

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาตลอดปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา

แล้วพบกันใหม่นะครับ ^^

 

 

 

สวัสดี 

 

 

ป.ล.   จบซักทีเนอะ อ่านย้อนหลังได้ที่นี่เลยนะครับ คลิก http://dekwad.exteen.com/page-4 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เมือนตอนที่ใครบางคนกลับมาเมืองไทย
แล้วกราบแผ่นดินแม่
ท่ากราบนั่นน่ะ ใครถ่ายให้กันน๊าาาาา...??

สวยมากกเลย 5555

#26 By Nidd (125.24.222.236) on 2010-09-05 10:22

Hot! Hot! Hot!

สำหรับรูปสุดท้ายโดยเฉพาะ มันคุ๊นน~ คุ้น 555

#25 By เบาบาง on 2010-09-03 12:13

ตามมาอ่านย้อนหลัง ได้เที่ยวเมืองน่ารักๆ ปิดท้าย มันประทับใจจริงเลยเน้อ^^

รูปสุดท้ายดูคุ้นๆ นะคะquestion

#24 By fiothiel on 2010-09-02 17:04

เป็นซีรียส์ที่ยาวนานมากๆ
เอาไว้พี่จะต้องย้อนกลับไปอ่านทั้งหมดเลย เดี๋ยวเกิดพิมพ์เป็นหนังสือเล่มใหม่มา จะได้ไปสปอยล์ใครๆ ฮ่าๆๆ

เจ๋งดีเนอะ ขนาดพี่ไม่เคยไปญี่ปุ่นนะ แต่อ่านแล้วมันก็รู้สึก คิดถึงบรรยากาศ เวลาเดินทาง เวลาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก.. วุ้ย.. อยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางอีกแล้ว.. รอก่อนนะ ระยะนี้งบประมาณขาดมือ..

>__<

#23 By แอ้ on 2010-09-02 12:59

โดน ภาพสุดท้ายค่ะquestion

#22 By หนวดแมว on 2010-09-02 12:20

สวยจัง ต้องหาเวลาไปแล้วล่ะconfused smile confused smile Hot!

แวะมาชมบล็อกเจ๊ดิของดีมีเพียบconfused smile confused smile confused smile

#21 By ปิยะ99 on 2010-09-02 10:20

คือว่า เป็นซีรีย์ที่ยาวกว่า ซอนต๊อก อีกนะน้อง ข้ามปีเลยอุ่ะ เจ้จำได้เจอบล็อคอุ๊ยครั้งแรกก็เรื่องนี้แหละค่ะbig smile big smile

ภาพสวย ต่อไปจะเป็นประเทศอะไรดี

#20 By Pat on 2010-09-02 07:56

นึกว่าจะไม่จบซะแร้วว..

#19 By Bxjapan on 2010-09-01 19:51

โอ้ววว
ยาวนานเหลือเกินครับ =v="
แต่ตอนจบนี่สวยเกินบรรยายจริงๆ

#18 By sage_nu on 2010-09-01 09:19

สวยงามมากครับ

#17 By Untitled_666 on 2010-09-01 02:09

ภาพสุดท้าย จบแบบแฮปปี้
ถ้าไม่นับทางไปสุขานะsad smile

#16 By mils12 on 2010-08-31 21:22

ดูสงบมากๆเลยค่ะ ...
มาฮาตอนจบนี่ล่ะconfused smile

#15 By (^_^)/nana on 2010-08-31 19:32

Hot! Hot! Hot! Hot!

พี่อุ๊ยไปญี่ปุ่นอีกสิ open-mounthed smile open-mounthed smile

#14 By Kyuu on 2010-08-31 18:58

กิโมโนสุดยอด

ป.ล. รูปสุดท้าย 555

#13 By HostChan* on 2010-08-31 16:33

อุ๊ย! ภาพสวยมากเลย Hot!

พี่ขำก๊ากตอนปลอมตัวนะ

แต่ฮายิ่งกว่าตอนอุ๊ยกลับถึงไทย

cry

#12 By Mrs. Holmes on 2010-08-31 15:21

อยากไปญี่ปุ่นบ้างแฮะ

#11 By ลิงหกกะล้ม on 2010-08-31 14:50

จิ!!tongue อิจฉา ได้ไปเที่ยว หึwink

ดูรูปแล้วประเทศเขาน่าอยู่อย่างที่คุณว่าจริงๆconfused smile

อย่างว่า"คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า"
คนญี่ปุ่นอาจจะอยากมาอยู่ประเทศเราก็ได้sad smile
แหมมม...ภาพสุดท้ายเนี่ย

ซึ้ง น้ำตาจะไหล

มันคุ้นตามาก question

Hot! Hot! Hot!
ท่ากราบนี่เลียนแบบใครรึเปล่า อิอิ

ญี่ปุ่นเมืองนี้ดูสงบดีจังconfused smile

#8 By Paa orKant on 2010-08-31 09:21

Hot! ไม่มีที่ไหนจะสุขใจเท่าบ้านเรา

#7 By katak on 2010-08-31 08:00

Hot! สำหรับรูปสุดท้าย big smile big smile big smile

#6 By Krai W. on 2010-08-31 00:01

สิ้นสุดแล้วหรอ
ชอบดอกขาวๆกับหญ้าเขียว
เคยเห็นรูปในเว็บนึงเป็นทุ่งดอกไอ... อะไรสักอย่าง
สวยๆ

#5 By [ANA]* on 2010-08-30 23:37

เห็นภาพสุดท้ายลืมหมดว่าจะเมนท์อะไร ฮามากครับ 555555555 confused smile

#4 By Faith on 2010-08-30 23:29

เป็นประเทศเดียวที่อยากไปเที่ยวที่สุดค่ะ big smile

...มุกสุดท้ายฮาแตกเลยค่ะ 555+

#3 By Chibidora ^ ^ (125.24.73.50) on 2010-08-30 22:39

ถ้ามาตอนช่วงหน้าร้อน...อยากจะบอกว่าเหงื่อไหลไคลย้อยยิ่งกว่าอยู่ไทยหลายเท่า
แดดเปรี้ยงๆจนครีมกันแดดต้องทำงานอย่างหนัก
เพราะขณะนี้กำลังประสบปัญหาเหล่านั้นอยู่

สุดท้ายก้อจบซีรีย์จนได้ ขอบคุณที่เอาประสบการณ์ดีๆมาแชร์กัน สนุกมากๆ แล้วจะติดตามซีรีย์ตอนใหม่นะ ^^

#2 By kincen-chan on 2010-08-30 22:38

ผมหลงรักประเทศญี่ปุ่น เพราะมันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าเราโชคดีแต่ไหนที่ได้เกิดเป็นคนไทย
<-------- sad smile เอ่อ........

#1 By JiBi_AI on 2010-08-30 22:33