Share on Facebook

 

เคยตื่นขึ้นมาใส่บาตรตอนเช้ากันบ้างไหม? ถ้าเคยบ่อยแค่ไหน?

การใส่บาตรเป็นการทำบุญง่ายๆ ที่ทุกคนทำกันได้ ขอแค่ตื่นให้ไหวก็พอ (เนี่ยแหละที่ยาก)

ผมเองเรียกตัวเองว่าเด็กวัด เคยบวชเรียนมาบ้าง เคยถือย่ามช่วยพระบิณฑบาตก็หลายครั้ง

วันนี้ผมจะทำหน้าที่ชาวพุทธที่ดี บอกขั้นตอนการใส่บาตรในแบบฉบับของเด็กวัดให้ทุกคนได้รับทราบ

เริ่ม ขั้นตอนแรกของการใส่บาตรนั่นก็คือ

 

1. นิมนต์พระ

หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าว อาหารคาวหวานตามจิตศรัทธาเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา

การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่

ไม่ใช่ว่าไปรอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี

รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน

การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า "นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน" แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว

ตอนที่ผมยังบวชอยู่ เคยเดินบิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ" (ใช้คำไฮโซมาก)

มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์" (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)

การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ

โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิ โมนน!!" (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย - -")

การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย

ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษามากก็เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ 

อย่างผมปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า "นิมนต์ค่ะ หลวงลุง" ทำเอาเสีย self จนอยากสึกออกไปทำ baby face 

โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมาทำท่ากวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์ อย่างนี้ผมว่าไม่ค่อยสมควรเท่าไรนะครับ

แค่กล่าวคำนิมนต์ครับ / ค่ะ ก็พอแล้วล่ะ 

หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ

 

2. จบ

เอาล่ะครับ ขั้นตอนการใส่บาตรทั้งหมดก็ขอจบเพียงเท่านี้ 

เฮ้ย ไอ้บ้า ไม่ได้จบอย่างนั้นเว้ย

การจบในที่นี้ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน 

การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป

เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอเราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ เปิดก็แล้ว ปิดก็แล้ว โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก นานจนอดคิดไม่ได้ว่า "โยมขอขนาดนี้ เราเป็นแค่พระใหม่จะให้ไหวรึเปล่าน้า?"  

 

3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า 

จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือเป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่งมีหลายประเภทเหมือนกัน เช่น

บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อย แต่ดันยืนบนรองเท้า - -" (สูงกว่าเดิมอีก)

บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น (หนักกว่าเก่า)

เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมเป็นธรรมทานไปว่า

พระ : "โยม อาตมาว่าโยมควรถอดรองเท้าใส่บาตรนะ"

โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า

โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ

พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม

โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า

โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ

อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร 

เรื่องนี้ได้ยินมาจากหลวงน้าท่านนึงเล่าให้ฟังระหว่างฉันเพล ผมว่าคงไม่มีโยมซื่อขนาดนี้มั้งเนอะ (แค่เรื่องขำขันขณะฉันเพล)

พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่

 

4. ใส่บาตร

อันนี้ถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของการใส่บาตร

สำหรับคนที่ตั้งใจทำสำรับกับข้าวเอง ก็คงไม่ค่อยมีปัญหาอะไร

แต่สำหรับชาวเมืองอย่างเรา ไม่ค่อยมีเวลาทำกับข้าวอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีไปซื้อกับข้าวตามร้่านค้ามาใส่กัน 

จริงๆแล้วเราควรเลือกร้านที่สะอาดและควรดูว่าของที่นำมาใส่บาตรนั้น เป็นอย่างไรบ้าง เสียรึเปล่า

บางคนมีเจตนาอยากทำบุญดี แต่ดันไปซื้อของเสียมาใส่บาตร

พระฉันไป เข้าห้องน้ำไป

พวกร้านค้าก็จริงๆ บางครั้งเอาของค้างคืนมาขายเอากำไร ไม่สนใจพระเจ้า เห็นแก่ตัว หากินกับพระ แย่สุดๆ

ก็ฝากด้วยนะครับ เดี๋ยวทำบุญจะได้บาปเปล่าๆ

นอกจากนี้ ของที่นำมาใส่ ถ้าเพิ่งปรุงสุกเสร็จ ควรดูด้วยว่ามันร้อนมากรึเปล่า

เคยมีโยมใส่แกง ร้อนมากๆๆ บาตรเกือบหล่น ทั้งนี้เพราะบาตรทำจากโลหะ นำความร้อนได้ดี

ปริมาณไม่ควรมากจนเกินไป

เคยมีโยมใส่บาตรด้วย "กล้วย ๓ หวี"

กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ อาตมาไม่ว่า

แต่นี่ใส่ "กล้วยหอม" (อันนี้เกิดกับตัวเองจริงๆ)

คิดดู "กล้วยหอม ๓ หวี" อยู่ในบาตร หนักมากกกก จนอยากบอกโยมว่า "โยม อาตมาไม่ใช่ช้าง"

วันนั้นจำได้ว่าแทบเดินกลับวัดเลยทีเดียว ไม่ไหวครับ หนักจริงๆ

การใส่ก็ควรวางในบาตรด้วยอาการสำรวม

โยมผู้หญิงบางคนกลัวโดนพระจัด พอถุงกับข้าวถึงแค่ปากบาตร ก็ปล่อยลงมา ตุ๊บ!! นึกว่ากาลิเลโอกลับชาติมาทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก (วางดีๆก็ได้ 55)

ขั้นตอนสุดท้ายคือ

 

5. รับพร

หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์ส่วนมากก็จะให้พร

เราเป็นญาติโยม ก็ประนมมือรับพรกันตามระเบียบ โดยอาจยืนหรือนั่งยองๆ ก็ได้ ก้มหัวแต่พองาม

มีโยมคนนึงที่ใส่บาตรอยู่ประจำ ตอนยืนประนมมือ ชอบก้มหน้ามาแทบชนพระ ห่างจากหน้าพระประมาณคืบเดียว (ไม่ต้องใกล้ชิดศาสนาขนาดนั้นก็ได้ โยม (ตอนนั้นให้พรเบาๆ เพราะไม่มั่นใจเรื่องกลิ่นปาก))

ถ้าเป็นโยมผู้หญิงก็นั่งให้เรียบร้อย เหมาะสม ดูเสื้อผ้าว่าเรียบร้อยดีรึเปล่า

ระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศลให้คนที่รัก เจ้ากรรมนายเวรและอื่นๆ ก็ว่ากันไป

 

 

การใส่บาตรที่อยากแนะนำก็มีประมาณเท่านี้

ขั้นตอนการทำบุญง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้

ตื่นเช้ามาใส่บาตรกันเถอะครับ พี่น้อง

 

ป.ล. ใครสนใจเรื่องถวายสังฆทาน เชิญคลิก เทคนิคการถวายสังฆทาน โลดเด้อครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

ควย

#46 By (110.77.235.106|110.77.235.106) on 2014-11-28 11:13

surprised smile

#45 By (110.77.235.106|110.77.235.106) on 2014-11-28 11:13

ขอบคุณธรรมะ แต่กว่าจะถึงข้อ๕ กะลืมข้ออื่นหมดแล้ววว อิอิ

#44 By (171.98.121.173|171.98.121.173) on 2014-09-23 22:36

เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้จากที่อื่นในวันนี้ แต่เขาไม่ได้บอกที่มา เลยพยายามหาที่มาของคนเขียน บางคนก็ว่าพระมหาสมปอง บางคนก็ให้ลิงค์ที่นี่มา เลยตามมาชมค่ะ เขียนได้ฮามาก

#43 By ดาวถัดมา on 2012-01-09 08:35

กาลิเลโอถูกแล้วค่ะ
เพราะกาลิเลโอเป็นคนทดลองโยนก่อนที่หอเอนฯ
แต่เซอร์ฯ เป็นคนสงสัย ต่อมาค้นพบและศึกษาเรื่องนี้ค่ะ

ชอบเรื่องการใส่บาตรพระครั้งนี้
จำได้ว่าตอนวันเกิดเคยตื่นขี้นมา ตั้งใจอย่างมากว่าจะใส่บาตรให้ได้ แต่พอพระมาจริง กลับวิ่งหนีเข้าบ้านซะงั้น --*
ไม่รู้ว่ากลัวอะไร - -?

#42 By TIME'S on 2010-03-30 22:21

ชอบเอนทรีนี้้มาก ๆ กลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังขำอยู่

5555
ตาใใาครับเจ๋งจริง

#40 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-09-05 17:39

ที่แท้บทความนี้ก็มาจากเอ็กทีนเราจริงๆด้วย ชอบมากครับ สนุกดี big smile
พระเจ้า

ใส่ของหนัก เคยเห็นพระทำบาตรล่วงด้วยคะ
ของมันหนักจริงๆ
ยิ่งพวกกระป๋อง กล้วย ขวดน้ำ
พระคงหนักน่าดูsad smile

Hot!

#37 By 31ink on 2009-05-02 13:26

มีขั้นตอนbig smile

#36 By Meowzilla Zilla on 2009-04-04 12:07

จะไปเจแปนอยู่มิใช่รึ.....

confused smile

พาไปน่ะได้ แต่จ่ายให้เราน่ะ

อิอิ

#35 By i'FY on 2009-04-04 10:25

เห็นเอนทรี่นี้แล้วนึกถึงข้อสอบอาจารย์
"จงอธิบายการตักบาตรอย่างถูกวิธี"
แต่สรุปไม่มีใครตอบถูกซักคนเลยคะพี่อุ๊ย
เพราะลืมถอดรองเท้า

ปล.จะนำไปใช้นะคะ><

#34 By +Ayame+ on 2009-04-04 01:25

โปรดระวัง

พระเก๊

#33 By Arcobaleno on 2009-04-04 00:33

ถอดรองเท้า ..
555555555555

ถอดรองเท้าใส่บาตร
55555555 + ก้ากกกกกกก

พี่อุ๊ย (ตกกะใจ)
ควรจะบอก 100 ขั้นตอนง่ายๆ ในการสื่อสารภาษาไทยที่ถูกต้องให้แก่โยมผู้นั้นด่วน
(และเป็นวิทยาทาน แก่ชาวบล็อก)
surprised smile

ป.ล.
ไม่ได้ใส่บาตรมานานนมเนแล้วหนิ
สร้างแต่บาป ไม่ค่อยสร้างบุญ
sad smile

#32 By bouudaes on 2009-04-03 23:42

ถ้าอยู่บ้านก็ใส่บาตรทุกวันค่ะ
ทำอาหารเอง
ทำเองทุกอย่างเลย
ตื่นสักตีสี่มาทำกับข้าว
ห่อโน่นนี่ เก็บดอกไม้
เรียบร้อยพอดีเลย.....

#31 By i'FY on 2009-04-03 22:10

แจ่มๆครับ ;)
เขียนได้สนุกดีเยี่ยมเลยคับพี่Hot!

การถอดรองเท้า เป็นการไม่ให้ตนสูงกว่าพระ..
งั้นผมเอาฐานให้พระยืนให้สูงกว่าผมแทนได้ไหมอะ เวลาไม่อยากถอดรองเท้าopen-mounthed smile open-mounthed smile
อะ ล้อเล่นนะครับ เหอะๆ

#30 By sage_nu on 2009-04-03 21:44

big smile big smile

ดีจังเลยน้าา ~~

บทความนี้ ....

ทำให้เรารู้อะไรเยอะแยะเลยล่ะ..โดยเฉพาะ...

ถอดรองเท้าใส่บาตร!! question question

55+

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#29 By ,,noolouiz* on 2009-04-03 21:27

เป็นเรื่องราวการทำบุญที่สนุกมากค่ะ ดีใจที่ชอบของฝากนะคะ Hot! confused smile
อ่านแล้ว อยากทำบุญค่ะ ^^

#27 By ★+::+@MilY+::+★ on 2009-04-03 21:02

Hot! Hot!

ถอดรองเท้าใส่บาตรนี่แปลได้ 2 แง่มุม wink

ใส่กล้วยหอมตั้ง 3 หวี O.O ท่านฉันกี่วันละนั่นจะหมด

คงแจกจ่ายกันบ้างล่ะ sad smile

#26 By baka-copain on 2009-04-03 19:41

Hot! Hot!

ได้ความรู้กับสิ่งที่ถูกต้องสำหรับการใส่บาตรดีที่เดียวค่ะ

เพราะชอบถอดรองเท้าและยืนบนรองเท้าเหมือนกันค่ะ..กลัว ทีน เปื้อน.. question

ฮามาก..ถอดรองเท้าใส่บาตร..open-mounthed smile

และเป็นจริงค่ะ..เวลาใส่บาตร กลัวโดนพระ..กลัวทัพพีกระทบบาตรพระ..ก็เลยเกร็งมากเวลายืนใส่บาตร..big smile big smile
ปัญหาคือตื่นไม่ทันพระ (。・ω・。)
แหะๆ ปกติที่ได้ใส่คือ ต้องตื่นไป รร แต่เช้า ซึ่งอยู่คนละจังหวัดกับบ้าน

useful 555 เดี๋ยวจะรีบตื่นมาใส่บาตรบ้างดีกว่า
big smile

#24 By Vampraew on 2009-04-03 17:14

อยู่กรุงเทพฯ ไม่เคยได้ใส่เลย ตื่นสายตลอด ถ้าอยู่บ้านที่บ้านใส่ประจำอยู่แล้ว แต่ก็มักจะไม่ทันเพราะไม่ตื่นอยู่ดี


เอ แล้วมันต่างกันตรงไหน? embarrassed embarrassed

Hot!

#23 By Krai W. on 2009-04-03 16:47

เคยเหมือนกันคะตอนสมัยเด็ก ๆ

ตอนเช้ามีหน้าที่ไปยืนรอพระหน้าบ้านแล้ววิ่งมาบอก

ยายทวดว่าพระมาแล้ว...ยายทวดก็บอกว่า

ไปนิมนต์หลวงตามารับบาตรซิ ให้พูดว่า นิมนต์ก่อนหลวงตา

วันหนึ่งมีพระหนุ่มมาบิณฑบาตร น้า ๆ ในหมู่บ้านที่เพิ่งบวช

ก็เหมือนเดิมคะ ไปนิมนต์ตามปกติ "นิมนต์คะหลวงตา"

แล้วก็เข้าบ้านไป เป็นอันว่าหมดหน้าที่.....

เดี๋ยวนี้เจอหน้าน้าคนนี้ที่ไร เป็นต้องโดนตบหัวทุกที

แล้วพูดว่า "นิมนต์คะหลวงตา"

ก็ตอนเด็กไม่รู้นิคะ....คิดเพียงว่า ก็พระเหมือนกันก็คงต้องเรียกหลวงตาทุกรูปแหละ

question
ไม่ได้ใส่บาตรมาหลายปีแล้วค่ะ
อ่านเอนทรี่นี้แล้วอยากไปใส่บาตร เดี๋ยววันอาทิตย์นี้จะชวนแม่ไป
ชอบเรื่องถอดรองเท้าใส่บาตรอะค่ะ แหมญาติโยม...ทำไปได้ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#21 By ire_u on 2009-04-03 15:39

พระคงแย่ เพราะกล้วยหอมsad smile

#20 By E.T.*** on 2009-04-03 15:35

ใส่บาตรกล้วยหอม sad smile

#19 By E.T.*** on 2009-04-03 15:34

ขอบคุณค่ะ น้องอุ๊ย

พี่จะเป็นผู้หญิงที่ทำอะไรเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตลอดเลยค่ะ
แล้วก็จะเคอะเขินเวลาพูดว่า นิมนต์ค่ะ

(อันนี้รู้อยู่แล้ว แต่พี่ป้าน้าอาย่ายายแถวบ้านสิ
ไม่มีใครพูดเลย แบบว่าให้พระรู้เอง
พูดอยู่คนเดียวก็เลยเขิน)question

Hot! Hot! Hot!

#18 By Mrs. Holmes on 2009-04-03 15:20

ฮ่าๆๆๆๆ ถอดรองเท้าใส่บาตร ชอบจังbig smile

#17 By LungDeng on 2009-04-03 14:37

ไม่ได้ใส่บาตรนานแล้วงะ...
...
จะจำเอาไปนะ...
...
(อายจัง ที่บอกว่าไม่ได้ใส่บาตรนานแล้ว)..

#16 By KhAo-JaO on 2009-04-03 14:35

ใส่บาตรไม่ค่อยบ่อยค่ะ แต่เท่าที่อ่านดูก็ใส่ถูกวิธีมาตลอดนะคะ confused smile

เอ.. ว่าแต่คุณบวชมาแล้วแบบนี้ ฉันต้องเรียกคุณว่าทิดแทนเรียกว่าเด็กวัดหรือเปล่าคะเนี่ย? sad smile
ดีๆๆ คนอ่านหลายคนอยากทำบุญขึ้นมาเลยแหละ big smile

#8 ขอบคุณครับเรื่องไอแซกนิวตัน

โชว์โง่ทุกเอนทรี่เลยเนอะ

#13 By นายอุ๊ย!! on 2009-04-03 14:11

^
^
^
อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอเป็นภาษาไทยก็ได้นะครับ

#12 By นายอุ๊ย!! on 2009-04-03 14:10

จะเอาไปใช้นะคับ confused smile Hot!

ว่าแต่เคยดูในคดีเด็ด "พระ พระ...พ่อกูจะใส่บาตร" sad smile

#11 By Rin-Kung on 2009-04-03 14:08

เพิ่มอันสุดท้าย อ้ายอุ๊ย สอนกรวดน้ำ ด้วยเน้อ ต้องท่องว่าจะใดดีอ้าย... (เห็นยายทำน่ะ เอาน้ำไปรดที่ใต้ต้นไม้และท่อง)big smile open-mounthed smile confused smile

#10 By Pat's Song on 2009-04-03 13:53

เอ..เหมือนเคยอ่านในเอนทรี่ที่ผ่านมาแล้วเลย
แต่ฮาก่าเดิม "โยม อาตมาไม่ใช่ช้าง" นั่งขำไปพักใหญ่เยย
อิอิ
ถอดรองเท้าแล้วยืนบนรองเท้า..ทำประจำ
แต่ต่อไปนี้จะไม่ทำแร้วเจ้าคะbig smile big smile sad smile Hot! Hot! Hot!

#9 By ppangg on 2009-04-03 13:52

พูดถึงช่วงนี้ไม่ได้ใส่บาตรเลยแฮะ sad smile
ตอนแรกก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าต้องถอดรองเท้า แย่จริง ๆ sad smile sad smile
ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับพวกอธิฐานพวกนั้นเลยน่ะ แค่ประนมมือเฉย ๆ sad smile

ปล. กาลิเลโอ . . . หมายถึง ไอแซค นิวตัน รึปล่าวครับ sad smile sad smile

Hot!

#8 By ToBIDaSoU on 2009-04-03 13:50

มีประโยชน์มาก ๆ เลยครับbig smile Hot!

#7 By pbmath on 2009-04-03 13:50

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด


โยมจะเอารองเท้า.....ถวายพระหรือนั่น

555555555555555555555555555555




สาธุุ............


เอาไป.........Hot!

cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry

#6 By กวางน้อย... on 2009-04-03 13:47

sad smile มุกถอดรองเท้าใส่บาตร เด็ดขาดมากครับ เหอ เหอ confused smile

อนุโมธนา สาธุ จ้า!~ big smile

#5 By ชายคลอง on 2009-04-03 13:45

โบกเรียกพระ confused smile confused smile confused smile confused smile
น่ารักดีนะครับ

#4 By lekprapan on 2009-04-03 13:43

ขนาดลูกเณรบวช ยังไม่เคยลงมาใส่บาตรให้ลูกเณรเลยนะ แต่ตื่นเช้านะ แต่ขี้เกียจ เหอ เหอ เหอ

#3 By จอมบงการ on 2009-04-03 13:43

จะพยายามตื่นเช้าๆ นะค่ะ sad smile

#2 By NべOべK ✿ on 2009-04-03 13:36

น่านำไปใช้มากเลยล่ะครับconfused smile Hot!

#1 By นายสถานี NGarage on 2009-04-03 13:32